Profiel van Star SeeAbout Me, About You, Abo...Foto'sWeblogLijstenMeer Extra Help
ชาตรี สเปซจ้า บรู๊วววว เรียม & โนเอล บีเทิ่ล
Friend & Lovers

PowerToy: aangepaste HTML

Er is nog geen inhoud toegevoegd.
Foto 1 van 31

HTML Sandbox

Laden...

About Me, About You, About Us

อยากสัมผัสก้อนเมฆที่ลอยเกลื่อนอยู่บนนั้น*

Star See The Moon

Beroep
Plaats
Interesses
อยากจะชวนคุณมาเต้นรำกับผม
ซะหน่อยมั้ยครับ?
01 augustus

ผัดกระเพรากับเราสอง

 
 
 
เมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม
 
มีความใคร่ อยากกระแดะไปสวนจตุจักร
 
ไปกับกุ๊ก
 
เดินดูของจนเพลินขา อยากให้มาเพลินที่ท้องบ้าง
 
เพราะเริ่มหิวข้าว
 
ใจอยากกินส้มตำ สงสัยเราแพ้ท้อง
 
อยากกินอาหารรสจัด
 
เจอร้านปุ๊บ ถามหาเมนูปั๊บ
 
อื่ม....
 
กุ๊กเราไปกินที่อื่น ที่มันราคาน่ารักกว่านี้ดีกว่ามั้ย
 
เก็บตังไปซื้อของดีกว่า
 
มองหน้าคนส่งเมนู ในใจคิดพลาง
 
ไอ้ห่ากูมาสวน ไม่ได้มาภัตตาคารแชงการีล่า
 
ไก่ย่าง 60 นี่ราคามึงเก๋ากว่าKFCอีกนะนี่
 
 
ออกเดินทางตามหาของแดกอีกรอบนึง
 
ไม่รู้จะกินอะไรแล้ว
 
แต่เดี๋ยวก่อน!! เหลือบไปทางขวามือสิ
 
ใช่แล้วครับ ร้านอาหารตามสั่งสิ้นคิดสิ้นดี
 
เดินเข้าไปนั่ง แต่ในใจไม่อยาก
 
อยากกินส้มตำ ไก่ย่าง
 
แต่ไม่อาจจะโง่พอ ทนแดกไก่ย่าง 60 บาท ได้ลง
 
กลับมาที่ร้านอาหารตามสั่ง
 
"เอ่อพี่..มีอะไรบ้างครับ?"
 
"ตามป้ายเลยน้อง สั่งเลย เอาอะไร"
 
อืม..กูจะแดกอะไรดี น่าเบื่อชิบหาย
 
"เอาคะน้าหมูกรอบแล้วกันครับ"
 
"หมูกรอบหมดครับ.."
 
"เอ่อ..งั้นมาม่าผัดขี้เมาก็แล้วกันพี่"
 
"มาม่าก็หมดครับ"
 
ไอ้สัดเอ๊ยยย แล้วจะให้กูดูเมนูทำเตี่ยอะไร
 
"เอางี้ดีกว่าพี่ พี่เหลืออะไรให้ผมกินบ้างตอนนี้ บอกมาเลย"
 
"เหลือหมู เหลือไก่"
 
ใจจริงอยากจะลุกออกไปตามหาร้านอื่น
 
แต่ยอมรับว่าหิวมาก เลยตามเลย
 
"งั้นเอากระเพราไก่ก็ได้พี่ เอาไข่ดาวด้วย"
 
 
หายไป 5 นาที
 
กระเพราไก่มาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว
 
แม่งลืมไข่ดาว
 
"เอ่อ น้องเอาไข่ดาวด้วยมั้ย"
 
"เออ ช่างมันพี่ไม่ทันละ ไม่เอาแล้ว"
 
ยังมีหน้ามาถาม ลืมไข่ให้กูก็บอกกันตรงๆดิวะ
 
เห็นสภาพกระเพราไก่ เมดอินจตุจักร
 
น้ำตาจะไหล
 
เศษไก่พอเป็นพิธี ข้าวหนึ่งกำมือ
 
ส่วนใบกระเพรา
 
แม่งมาทั้งไร่!!!!
 
เยอะมาก ไม่เคยเจอกระเพราที่เยอะขนาดนี้มาก่อน
 
เซอไพรซ์เรามากๆ
 
ปกคลุมไปทั่วทั้งจาน เศษไก่ยิ่งเจือจาง
 
ไม่เด็ดก้านด้วยนะ สงสัยโค่นมาทั้งต้นแล้วเอาลงกระทะเลย
 
กินไป ในใจโกรธแค้น แม่งเอ๊ย...
 
ไม่กินใบกระเพราเลย
 
คัดแยกหลังจากกินข้าวน้อยนิดกับเศษไก่ไป
 
เหลือใบกระเพราอยู่ครึ่งจานเต็มๆ
 
แบบไม่มีพื้นที่เลยนะ
 
ไม่อร่อยด้วย แต่ร้านมันอยู่ในสวน เลยขายได้
 
"พี่คิดเงินด้วยครับ"
 
"ทั้งหมด 75 บาท.."
 
"เอ่อพี่ มันมีอะไรเท่าไหร่ บ้างครับ"
 
จานละ 30 น้ำ 12 น้ำแข็งเปล่าแก้วละ 3
 
โอโห รู้งี้กูยอมแดกไก่ดีกว่า
 
มาเจอกระเพราเหี้ยๆของมึงเนี่ย
 
ขูดเลือดขูดเนื้อจริงเว้ยยยยย
 
คิดดู น้ำแข็งยัง 3 บาท
 
เพิ่มอีก 2 บาท ได้น้ำแข็งยูนิคถุงนึงเลยนะนี่
 
 
โลกเรามันโหดร้าย
 
เงินมันมายาก แต่ไหลออกง่ายดาย
 
คิดไว้ในใจ อย่าได้มากินอีกเป็นครั้งที่สอง
 
อารมณ์หงุดหงิด
 
ต้องเดินดูของ บรรเทาประสาท
 
 
ได้เสื้อ2-3ตัว ราคายังคุ้มกว่ากระเพรา
 
บางคนอ่าน อาจจะนึกคิดไป
 
ว่ามึงเพิ่งมากินเหรอ ข้าวที่สวนเนี่ย
 
ขอบอกว่า กินทุกครั้งที่มาครับ
 
แต่ที่บ่น เพราะไม่เคยเจอร้านที่มันเป็นขนาดนี้
 
เหี้ยเกิน เอาแต่ขายไว เอาเงินเข้าตัวไวๆ
 
สงสัยจะเอาเงินไปเผาเตี่ยมัน
 
 
กลับบ้าน นอนเมื่อยน่อง
 
นอนคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาในรอบสัปดาห์
 
คิดไม่ออกว่าจะคิดถึงอะไร
 
อ้อ!!
 
 
 
คิดถึงกระเพรา
 
 
03 juni

แก้ม

 
 
 
เมื่อวานไปนั่งเรือกับกุ๊กไก่ จากท่าเรือศิริราชไปท่าเรือสะพานพุทธ
 
ในขณะที่เรือกำลังจอดรับผู้โดยสารท่าเรืออะไรซักอย่าง(ไม่ได้สังเกตุ)
 
(ที่ไม่ได้สังเกตุเพราะว่า) มีหนุ่มสาวชาวต่างชาติคู่นึงยืนรอเรืออยู่บนโป๊ะ
 
และกำลังจะขึ้นเรือลำที่ผมโดยสาร
 
โอ้ว พระเจ้า!!
 
สาวชาวต่างชาติคนนั้นใส่กางเกงยีนส์ขาสั้น สั้นจริงๆ สั้นแล้ว สั้นมาก
 
ไอ้สัด สั้นเกินไป!!
 
สั้นจน ผมเห็นตูด  ตูดขาวๆ แก้มตูดชาวต่างชาติ โอ้ว อะเมซิ่งไทยแล๊น
 
ไม่รู้ว่าเธอร้อน หรือ เธอ เซ๊กซี่ หรือยังไง
 
เอาเป็นว่าก็มองกันทั้งลำเรือ เจริญสายตากันไป
 
 
 
โถ ฟออิ๊กเน่อ
หน้าตาก็ดี ไม่น่าเลย ..
 
 
 
 
 
08 mei

เมล์นรก เรียวยกล้อ

 


กิ๊กเหมือนพ่อกูเลย

เมล์นรก หมวยยกล้อ

ความรู้สึกที่เดินออกจากโรง หลังจากชมภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จ

เป็นความรู้สึกที่ถวิลหามานานหลายปี เป็นความรู้สึกที่

อิ่มกับเรื่องราวในภาพยนตร์ อิ่มกับความรู้สึก ที่มีต่อตัวละครแต่ละตัว

แปลง่ายๆว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้

กูชอบโคตรๆๆๆ ชอบเหี้ยๆๆๆ ชอบมากกก ถึงมากที่สุด

ขอคารวะ คุณเรียว ที่ทำให้ผมได้รับความรู้สึกแบบนี้ ผมดีใจมาก

ที่ยังมีหนังไทยดีดี ทำให้ผมมีความสุขหลังจากได้รับชม

ด้วยความใกล้ตัวของลักษณะนิสัยตัวละครที่หาได้จริงตามรถเมล์ทั่วไป

และจิตสำนึกของความเป็นคน ในแต่ละคน

ภาพยนตร์เรื่องนี้ ผมว่ามันคือภาพยนตร์การเมืองได้เลยนะ มีการกัดในหลายๆซิท

และทำให้ผมสะอึกในๆหลายประโยคที่ตัวละครพูดออกมา

"รู้จักการให้อภัยปะวะ รู้จักมั้ยการเว้นวรรค"

เยดเข้ พี่โน้สพูดได้จังหวะและอารมณ์ที่เจ๋งมากๆ

แต่ยอมรับว่าผมไม่ค่อยฮาในหลายๆมุก

ก็ไม่เป็นไร ไม่ได้คาดหวังไม่ได้ตั้งใจจะมาขำอยู่แล้ว เลยไม่ซีเรียส

แต่กับกลายเป็นความดราม่าของภาพยนตร์

ที่จับผม เอาผมอยู่หมัด

 

ฉากที่ทำให้ผมน้ำตาซึม คือฉากที่ซูโม่กิ๊กวิ่งไปกอดลูก

น้ำตาจะไหล มันอินจริงจัง เพราะเราอยู่กับตัวละครนี้มาทั้งเรื่อง

รู้ถึงความต้องการ แล้วมันก็ไปถึงเป้าหมายนั้นๆ

ผมรักภาพยนตร์เรื่องนี้ เพราะการจบแบบสมบูรณ์

และแฮปปี้ แฮปปี้จริงๆ จบแบบปิด

วันพฤหัสนี้ ภาพยนตร์เรื่องนี้คงจะออกโรงแล้ว

เนื่องจากฮอลลีวู๊ดอีกหลายเรื่อง กำลังทยอยเข้าโรง

 

 

คนที่ได้ดูไปแล้ว คงจะรู้ว่ามันเป็นยังไง

ชอบหรือไม่ชอบก็แล้วแต่บุคคล

แต่สำหรับผม ภาพยนตร์เรื่องนี้

ให้ความรู้สึกที่ดีมากๆแก่ผม

โดยที่ผมหาไม่ได้จากภาพยนตร์ไทย เรื่องอื่นๆ..

05 april

สะดุ้งเคร้าน้ำตา



พิมและพลอย

 

แฝด : ภาพยนตร์ที่ไม่ได้ให้อารมณ์เหมือนกับหน้าหนัง

บทความต่อไปนี้อาจจะเป็นการสปอย

หากท่านยังไม่ได้รับชมภาพยนตร์เรื่องนี้ ขอความกรุณาอย่าอ่าน นะจ๊ะ

 

ภาพยนตร์ลำดับที่สองของ ผกก.ดูโอ้ ตั้ม-โอ๋  เอ้ย!! โต้ง-โอ๋

ตามแนวเดิมที่เคยทำคือหนังผี แต่ แต่ แต่ว่า..

เรื่องนี้ให้อารมณ์ต่างกันกับเรื่องแรกอย่างสิ้นเชิง

สำหรับผมแล้ว มันไม่ใช่หนังผีหรือสยองขวัญ

แต่มันเรียกน้ำตาผมได้ในหลายๆซีน

ที่ว่าด้วยความผูกพันธ์ ความใกล้ชิด และการพรากจาก

ยกตัวอย่างฉากที่พิมอยากออกไปมองหาวีที่หน้าต่าง

แต่ลุกไม่ได้ เพราะพลอยไม่ไป โอ้ววว

โคตรเศร้าเลยนะ หดหู่ หม่นหมอง

เนื้อเรื่อง ปูภูมิหลังตัวละครได้ดี

รู้หมดจดว่าพิมเป็นคนแบบไหน และ พลอยเป็นคนแบบไหน

เรื่องการแสดง มาช่าเค้าตัวจริงอยู่แล้ว

 

ตอนนี้ยังนึกไม่ออกว่าแพล่มอะไรต่อ

 

เอาเป็นว่า ภาพยนตร์เรื่องนี้ให้ความรู้สึกที่ต่างกันกับ ชัตเตอร์

ถ้าต้องการผีคอมโบ หลอกแล้วหลอกอีก เลิกคิดได้เลย

เพราะเรื่องนี้ไม่มี..

 

ขอยืนยันคำเดิมว่ามันไม่ใช่หนังผี

แต่มันคือหนังเศร้า!!!

 

 

21 februari

คอนต้อนบัตนรก

 
 
 
ค่ำๆดึกๆ หลังจากรับประทานอาหารเสร็จแล้ว
 
เด็กชายชาตรี เลือกการพักผ่อนด้วยการ ชมทีวี
 
 
เด็กชายชาตรีเหลือบไปเห็นคอนต้อนบัตวางอยู่ไม่ห่างจากมือมากนัก
 
"เอาวะ ปั่นหูให้มันสยิวหน่อย สบายหู.."
 
เด็กชายชาตรี เลือกแคะไปที่หูซ้าย
 
ปั่นอย่างเมามัน เคลิ้มเลยนะมึง
 
แล้วโยนคอตต้อนบัตลงถังขยะ (โยนไม่ลงด้วย ห่านี่)
 
 
หยิบอันต่อมา บรรจงเสียบเข้ารูหูขวา
 
แคะๆ ปั่นๆ อาาาา โอ้วววว ซี๊ดดดดด
 
เมื่อปั่นได้ที่แล้ว เด็กชายชาตรี เอาคอตต้อนบัตออกมา เตรียมโยนทิ้ง
 
แต่เดี๋ยวก่อน มองดูดีดี
 
โอ้วพระเจ้า!! ทำไม ทำไม ทำไมมันเหลือแต่ก้าน??
 
สำลีไปไหน?
 
นั่งนิ่งคิดทบทวน...
 
ไอ้เหี้ย สำลีอยู่ในหูกู!!!!!!
 
 
ทำไงดี ทำไงดี ซวยแล้ว จะเอามันออกยังไง
 
นิ่งคิด3วินาที ปิ๊ง อ๋อ มึงก็แคะมันออกมาดิวะ
 
แล้วเอาอะไรแคะ
 
ไอ้โง่ ก็ก้านมันไง งัดมันออกมาดิวะ
 
เด็กชายชาตรี งัดแงะด้วยความหวาดกลัว กลัวมันจะไม่ออกมา
 
ยิ่งงัด ยิ่งดัน ยิ่งงัด ยิ่งดัน
 
ให้สำลีมันลึกลงไปอีก
 
สงสัยคนเดียวทำไม่ได้แน่ๆ ต้องมีผู้ช่วย
 
 
"พี่ต้อง ช่วยกูด้วย ฮืออออ สำลีอยู่ในหู"
 
"เอ้า แล้วมันไปอยู่ในหูมึงได้ไง"
 
"เรื่องนั้น อย่าเพิ่งถาม เอาออกให้ตรีก่อนนนน"
 
พี่ชายบรรจงแคะ หมายจะเอาไอ้เหี้ยสำลีนั่นออกมา
 
"อ๊ากกกกกกกกกกกกกกก เจ็บๆๆๆๆๆ"
 
"ก็กูมองไม่เห็น มันลึกว่ะ สงสัยจะไม่ออก"
 
พี่ชายไม่ได้ช่วยห่าไรเลย แถมทำให้กูบาดเจ็บมากกว่าเดิม
 
ทำไงดี ทำไงดี
 
 
เด็กชายชาตรี วิ่งไปหาพ่อ
 
"พ่อๆ เอารถออกหน่อย ไปหาหมอ"
 
"ไปทำไม ใครเป็นไร"
 
"คอนต้อนบัตอยู่ในหู ตรีเอาไม่ออก"
 
พ่อหัวเสียหลังจากได้ยินเรื่องราวที่เกิด
 
พ่อคงจะภูมิใจ มีลูกโง่ชิบหาย คอตต้อนบัตยังทำให้เกิดปัญหา
 
พ่อขับรถแบบขอไปที ลีลารำคาญ
 
ถึงที่หมาย ถึงเตียงหมอ
 
หมอส่องหูเด็กชายชาตรี หมอบ่นพึมพำ
 
"อืมม.. ลึกนะเนี่ย อดทนหน่อยนะ"
 
 
หมอใช้เวลาอยู่พักนึงกับรูหูเด็กชายชาตรี
 
และไอ้เหี้ยสำลี ก็ออกมาจนได้
 
แต่มันไม่ได้ออกมาแบบธรรมดา
 
มันซับเลือดที่อยู่ในหูซะแดงฉาน ติดออกมาด้วย
 
หมอเลยทำการล้างหู ล้างเลือด อยู่3-4สำลี
 
 
หมอแอบแซว
 
"ปั่นมันส์น่าดูเลยสิเนี่ย สำลีเลยไม่ออกมา"
 
เด็กชายชาตรี ดีใจมาก สำลีนรกนั่น มันออกไปจากชีวิตเขาแล้ว
 
กลับมาบ้าน
 
ปวดหูชิบหาย
 
 
พี่น้องครับ ชาตรีขอกล่าวอะไรปิดท้าย
 
ปั่นคอตต้อนบัตดีดีนะครับ เราเตือนคุณแล้ว
 
ขอตัวไปล้างหูก่อน สงสัยเลือดยังไม่หมด
 
 
ปวดหูชิบหาย
 
...
 
 
 
*